ในยุคที่ทุกอย่างดูเร่งรีบและเต็มไปด้วยเงื่อนไข การขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยกลับสามารถเดินไปบนเส้นทางที่ “ผ่อนคลาย” ได้มากกว่าที่คิด แนวคิดการปล่อยกู้แบบ Relaxed ไม่ได้หมายถึงการปล่อยเกณฑ์จนหละหลวม แต่คือการออกแบบกระบวนการให้เข้าใจชีวิตจริงของผู้กู้มากขึ้น โดยในปี 2567 นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่ามีการพิจารณาสินเชื่อรายย่อยที่คำนึงถึง ‘ความสามารถในการชำระหนี้ตามสภาพความเป็นจริง’ เพิ่มขึ้นถึง 15% สะท้อนถึงทิศทางใหม่ของวงการเงินที่ใส่ใจ ‘คน’ มากกว่าแค่ ‘ตัวเลขบนกระดาษ’
ทำความรู้จัก: การปล่อยกู้แนว Relaxed คืออะไร?
การปล่อยกู้แบบ Relaxed คือปรัชญาการให้กู้ที่มองลูกค้าเป็นรายบุคคล มากกว่าจะยึดติดเพียงเกณฑ์มาตรฐานตายตัว วิธีการนี้ให้ความสำคัญกับ
- การประเมินจากกระแสเงินสดรวม (Cash Flow Based) แทนการดูเพียงสลิปเงินเดือน
- การพิจารณารายได้จากอาชีพอิสระและฟรีแลนซ์อย่างเป็นธรรม
- การออกแบบสินเชื่อที่ยืดหยุ่น เช่น การจ่ายค่างวดแบบขั้นบันได (Step-up Payment)
- การใช้เทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบ Real-time ลดการพึ่งพาเอกสารทางกายภาพ
เคสศึกษา: เส้นทางสู่บ้านแรกของคนรุ่นใหม่
หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จคือ ‘น้องใบหม่อน’ ดีไซเนอร์อิสระวัย 28 ปี ที่เคยถูกปฏิเสธสินเชื่อจาก 3 ธนาคารเนื่องจากไม่มีสลิปเงินเดือน固定 เธอหันไปใช้บริการแพลตฟอร์ม FinTech ที่ประเมินความสามารถจากการยืนยันรายได้ผ่านบัญชีธนาคาย้อนหลัง 2 ปี และพอร์ตโฟลิโองานที่มั่นคง ผลลัพธ์คือเธอได้รับอนุมัติสินเชื่อสำหรับคอนโดมิเนียมราคา 2 ล้านบาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เนื่องจากระบบประเมินว่าเธอมีวินัยทางการเงินสูง แม้รายได้จะไม่คงที่ทุกเดือน
เคสศึกษา: จากบ้านหนึ่งหลัง สองสามีภรรยาสู่พอร์ตการลงทุน
‘คุณณัฐ และคุณพลอย’ คู่สามีภรรยาที่เริ่มต้นจากการกู้ซื้อ บ้านผ่อนตรง หลังแรกด้วยโปรแกรมสินเชื่อสำหรับผู้เริ่มต้น (Starter Home Loan) ที่อนุญาตให้จ่ายดาวน์เพียง 5% หลังจากอยู่ได้ 2 ปีและมีประวัติชำระหนี้ที่ดี พวกเขานำบ้านหลังแรกไปรีไฟแนนซ์เพื่อปลดล็อก equity มาเป็นเงินดาวน์สำหรับซื้อบ้านหลังที่สองเพื่อปล่อยเช่า กลยุทธ์ ‘กู้ ซ่อม ปล่อยเช่า และรีไฟแนนซ์’ (BRRRR) นี้ทำให้พวกเขาสร้างพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ารวม 8 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 5 ปี
มุมมองใหม่: การปล่อยกู้แบบ Relaxed คือการสร้างหุ้นส่วนระยะยาว
สถาบันการเงินชั้นนำเริ่มตระหนักแล้วว่า การปล่อยกู้แบบผ่อนปรนไม่ใช่ความเสี่ยง แต่คือการลงทุนสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีศักยภาพ การศึกษาภายในของสถาบันหนึ่งพบว่า ลูกค้าที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อผ่านเกณฑ์ที่ยืดหยุ่นแต่สมเหตุสมผล มีอัตราการเติบโตของความมั่งคั่ง (Wealth Growth) สูงกว่าลูกค้ากลุ่มทั่วไปถึง 20% ในระยะ 7 ปี ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะกลายเป็นลูกค้าหลักที่ใช้บริการผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ ต่อไปใน
